เพลย์สเตชัน
เพลย์สเตชัน (อังกฤษ: PlayStation ญี่ปุ่น: プレイステーション) เป็นเครื่องเล่นวิดีโอเกม ระบบ 32 บิต ผลิตโดย Sony Computer Entertainment โดยได้มีออกมาหลายรุ่นในลักษณะหลักเดียวกันในช่วงปลายปี ทศวรรษ 2540 หลังจากที่ประสบความสำเร็จทางโซนี่ได้ออกเครื่องเล่นเกมในรุ่นต่อมาซึ่ง ได้แก่ พีเอสวัน (PSone), เพลย์สเตชัน 2, PSP (PlayStation Portable) และ เพลย์สเตชัน 3 ที่ออกจำหน่ายไปแล้วเมื่อปลายปี พ.ศ. 2549
ประวัติ
ในช่วงท้ายของยุคเครื่องเกมส์ซูเปอร์แฟมิคอม(SFC,ทางฝั่งตะวันตกเรียก SNES) บริษัทนินเทนโดมี ความสนใจในตัวสื่อบันทึกรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า CD-ROM ซึ่งพัฒนาโดยบริษัทโซนี่และฟิลิป ทางนินเทนโดจึงติดต่อกับทางโซนี่ ในข้อเสนอร่วมกันผลิตอุปกรณ์เสริมแบบใหม่ให้กับเครื่องSFC โดยอุปกรณ์เสริมที่ว่าจะทำให้เครื่องเกมส์SFCสามารถเล่นเกมส์จากแผ่น CD-ROM ได้ โดยใช้ชื่อว่า SNES-CD นอกจากนั้นแล้ว ทางโซนี่ยังสนใจที่จะผลิตเครื่องเกมส์ชนิดใหม่ ที่สามารถเล่นเกมส์จากทั้งตลับของ SFC และจากแผ่น CD-ROM ทั้งสองบริษัทจึงตกลงเซ็นสัญญาร่วมกัน
โครงการผลิตเครื่อง SNES-CD ได้มีการประกาศต่อสาธารณะชนครั้งแรกในงานแสดงสิค้าอิเล็กทรอนิกส์ Consumer Electronics Show(CES)ปี 1991 แต่เหตุการณ์พลิกผัน เมื่อประธานบริษัทนินเทนโดในขณะนั้นเกิดไม่พอใจในเนื้อหาของข้อตกลงในสัญญา ฉบับเก่าที่ทำกับโซนี่ เนื่องจากเห็นว่าทางโซนี่จะได้สิทธิในเกมส์ทุกเกมส์ที่ผลิตออกมาในรูปแบบ CD-ROM ทางนินเทนโดจึงได้ยกเลิกข้อตกลงการพัฒนาร่วมกับโซนี่ทั้งหมดกลางงาน CES และได้เปลี่ยนไปเซ็นสัญญากับทางฟิลิปแทน
การถูกยกเลิกสัญญากระทันหันแบบตั้งตัวไม่ทันนี้ สร้างความลำบากให้กับทางโซนี่ ผลงานวิจัยและพัฒนาถูกยกเลิกกลางอากาศ ทางบริษัทโซนี่จึงตัดสินใจนำสิ่งที่เหลือจากโครงการที่ยุบไปแล้วมาพัฒนาต่อ เป็นเครื่องเกมส์คอนโซลแบบเดี่ยว ทางนินเทนโดได้ฟ้องร้องขอให้ศาลสั่งให้โซนี่ระงับการพัฒนา แต่ศาลไม่รับฟ้อง ในที่สุดในปี 1991 เครื่องเพลย์สเตชันรุ่นต้นแบบก็ถูกผลิตออกมา
การเปิดตัว
เครื่องเพลย์สเตชันเปิดตัวครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 3 ธันวาคม 1994 เปิดตัวครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 9 กันยายน 1995[2] เปิดตัวครั้งแรกในยุโรปในวันที่ 29 กันยายน 1995[3] โดยราคาเปิดตัวครั้งแรกในอเมริกาอยู่ที่ 299 ดอลลาร์สหรัฐต่อเครื่อง และการเปิดตัวดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างสูง
สายการผลิต
การผลิตเครื่องเพลย์สเตชันนั้นยาวนานต่อเนื่องถึง 11 ปี เป็นเครื่องเกมส์คอนโซลที่มีสายการผลิตยาวนานที่สุด จนเมื่อวันที่ 23 มีนาคม ปี2006 ทางโซนี่ประกาศยุติสายการผลิต
ความสำเร็จและผลกระทบต่อวงการเกมส์
มีหลายคนเชื่อว่า ความสำเร็จของเครื่องเพลย์สเตชันเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการสิ้นสุดของยุค เกมส์แบบใช้ตลับ และเป็นเครื่องเกมส์แบบใช้แผ่นซีดีเครื่อง แรกที่ประสบความสำเร็จ (แต่เครื่องเพลย์สเตชันไม่ใช่เครื่องเกมส์คอนโซลเครื่องแรกที่ใช้ซีดี) เครื่องเพลย์สเตชันสามารถเอาชนะเครื่องเกมส์แบบใช้ตลับเครื่องสุดท้ายของนิ นเทนโด นั่นคือเครื่องนินเทนโด 64
ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ซีดีเป็นที่นิยมในหมู่ผู้พัฒนาเกมส์ อันเนื่องมาจากรูปแบบของเกมส์ได้มีการพัฒนาขึ้น และซับซ้อนมากกว่าเกมส์ยุคก่อน ในขณะที่ตลับเกมส์มีเนื้อที่จำกัด แต่ซีดีรอมมีความจุมากกว่า ความจุที่มากกว่านี้ช่วยให้ผู้พัฒนาเกมส์สามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ลงในเกมส์ได้มากขึ้น เช่น การใส่ภาพยนตร์สั้น ๆ ลงในเกมส์ คุณภาพเสียงที่ดีขึ้น รวมทั้งซีดีรอมนั้นผลิตได้ง่ายกว่าและถูกกว่าตลับเกมส์
เครื่องเพลย์สเตชันเป็นเครื่องเกมส์คอนโซลเครื่องแรกที่ขายได้มากกว่า 100 ล้านเครื่องทั่วโลก[4] ในปี 2008 มีการประมาณการกันว่าเครื่องเพลย์สเตชันสามารถขายได้ถึง 102 ล้านเครื่อง
ที่มาจาก : th.wikipedia.org