อ่านหนังสือยังไง น่ะให้จำง่ายๆ…

 ข้อที่ 1. น้องๆต้องใส่ใจเรื่องรายละเอียดเล็กๆน้อยๆก่อนเลยล่ะ ดูซิ!!!ว่าวิชาไหนน่ะที่เราต้องสอบเป็นอันดับแรกๆ หยิบวิชานั้นขึ้นมาก่อนเลย เตรียมไว้นะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับวิชาที่จะสอบ ชีท เอกสารต่างๆ หรือแนวข้อสอบ(อันนี้สำคัญนะค่ะ หาให้เจอล่ะ) ค้นเลยๆ ทุกวิชานะค่ะ

           ข้อที่ 2.แยก หมวดหมู่แต่ละวิชา ก่อน-หลัง แล้วหาที่วางไว้อย่างเป็นระเบียบด้วยล่ะ

           ข้อที่ 3.เตรียม ดินสอ/ปากกา สมุด และปากกาเน้นข้อความไว้ด้วยนะ

           ข้อที่ 5.เริ่ม อ่านวิชาที่จะต้องสอบก่อนเป็นวิชาแรกเลยค่ะ ตรงนี้แหละสำคัญมาก น้องๆอย่าอ่านๆๆๆๆๆแล้วก็อ่านเพื่อให้จบ แบบผ่านๆนะค่ะ ต่อให้น้องๆอ่านสัก 10 รอบแล้วบอกคนอื่นๆว่า “ก็เค้าอ่านเป็นสิบๆรอบแล้วอ่ะ แต่ทำไมทำข้อสอบไม่ได้เลยน่ะ?”  อ่ะๆๆๆ!!! อ่านสัก 100 รอบก็ไม่ช่วยอะไรหรอกเจ้าค่ะ อ่านแล้วต้องทำความเข้าใจไปด้วย ตรงไหนที่คิดว่าสำคัญๆ น้องๆก็เน้นตรงจุดนั้นไว้ อาจจะใช้วิธีการจดบันทึกไว้ หรือ เน้นข้อความด้วยปากกาสีต่างๆก็ได้ค่ะ เพื่อว่าจะได้กลับมาอ่านอีกครั้ง

           ข้อที่ 6.นั้นงัยๆๆๆพี่บอกไปตะกี้เองนะค่ะว่า อย่าอ่านแบบผ่านๆ ดูสิ!!!น้องๆลองกลับไปอ่านข้อ 3 ใหม่สิค่ะ แล้วดูซิว่าที่ต่อจากข้อ 3 นะเป็นข้อที่เท่าไหร่ ข้อที่ 4หายไปๆๆๆๆ ส่วนน้องๆคนไหนสังเกตเห็นก่อนที่พี่เฉลย น้องก็ไม่มีปัญหาในเรื่องของการอ่านหนังสือแล้วละค่ะ เก่งมากๆเลย ส่วนน้องๆคนไหนที่ไม่ทันได้สังเกต ก็เอาจุดนี้เนี่ยแหละค่ะไปลองปรับใช้กับการอ่านหนังสือดูตามที่พี่บอกไว้ใน ข้อที่ 5 นะค่ะ

           ข้อที่ 7.อ่ะ ต่อๆๆ การไม่ปล่อยให้ท้องว่างก็เป็นสิ่งสำคัญนะค่ะ ถ้าน้องๆอ่านๆๆๆหนังสืออย่างเดียวจนลืมทานข้าวแล้วละก็ นอกจากน้องๆ จะอ่านหนังสือไม่รู้เรื่องแล้ว อาจจะทำให้ป่วย และทำให้เป็นโรคกระเพาะได้ด้วยนะจ๊ะ สำคัญเลย ต้องหาอะไรทานเมื่อท้องว่างด้วยน้า…อย่าทรมาณตัวเองละ

           ข้อที่ 8.ในการอ่านหนังสือ น้องๆควรเลือกเวลาที่รู้สึกว่าสมองเราพร้อมจะทำงานด้วยนะจ๊ะ แล้วเมื่อน้องๆรู้สึกว่าเริ่มอ่านไม่ไหวแล้วล่ะ อ่านนานมากไปทำให้ปวดตา ปวดหัว ให้น้องๆพักก่อน อาจจะหาอย่างอื่นทำ เช่นพักสายตาโดยการหาเพลงเพราะๆฟัง(อ่ะๆๆๆเลือเพลงที่ฟังแล้วจรรโลงใจด้วยละ ถ้าฟังเพลงที่หนักไป อาจทำให้ยิ่งปวดหัวมากกว่าเดิม ไม่รู้ด้วยนะเจ้าค่ะ) จะดูทีวี เล่นเกม หรือกิจกรรมอื่นๆที่ทำแล้วผ่อนคลายก็หามาลองทำกันดูนะเจ้าค่ะ แต่ๆๆๆๆแล้วก็แต่…อย่าพักจนเพลินละ เมื่อถึงเวลาที่ร่างกายผ่อนคลายเพียงพอแล้วก็กลับเข้าสู่โหมดการอ่านหนังสือ ต่อเลยยย (เอาน่าๆทนเอาหน่อยนะเจ้าค่ะ สอบไม่ได้มีมาบ่อยๆ ตั้งใจให้สุดๆไปเลย)

           ข้อที่ 9.นั้น แน่ๆ พี่รู้นะว่าน้องๆเริ่มใส่ใจในรายละเอียดในการอ่านกันบ้างแล้ว คงคิดใช่มั้ยละ ว่าพี่จะแกล้งทำให้ข้อไหนหายไปอีกน่ะ!!! ดีแล้วค่ะถ้าน้องๆคิดแบบนี้นะ เป็นการฝึกตัวเองไปด้วย ให้เป็นคนรอบคอบ ดีค่ะๆ อ่ะต่อๆ

           ข้อที่ 10.อ้า….อ่านไม่ทันแล้วอ่ะ!!!ทำไงดีๆ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเพื่อนๆคนอื่นๆเกือบทุกคนละค่ะ ที่สำคัญเลย อย่าตื่นเต้นจนรนล่ะ ตั้งสตินะค่ะตรงนี้สำคัญมากๆเลย ให้น้องๆหยุดอ่านหนังสือต่อสักพักนึง แล้วดูซิว่า…พรุ่งนี้เราสอบวิชาอะไรบ้าง แล้วหยิบวิชาที่สอบเป็นวิชาแรกมาอ่านทบทวนก่อนเลย แล้วก็ทบทวนวิชาอื่นๆต่อไป (ตรงถ้าคิดว่ากลัวอ่านไม่ทันรอบทบทวนให้น้องๆอ่านในส่วนที่เน้น ที่สำคัญๆเอาไว้ก่อนเลย จำได้มั้ยเอ๋ยว่าในการอ่านรอบแรกพี่ให้น้องๆจดบันทึกที่สำคัญๆไว้ที่คิดว่า น่าจะออก หรือส่วนที่มันยาก จำไม่ได้ก็นำมาอ่านก่อนเลย ตรงส่วนไหนที่น้องๆจำได้ หรือเข้าใจก็เปิดผ่านๆเลยค่ะ ตอนนี้เราต้องทำเวลาแหละน่ะ)

           ข้อที่ 11.เอาละ…อ่านหนังสือสอบก็ต้องฟิสห น่อย น้องๆบางคนอาจจะอ่านหนังสือเร็วและเข้าใจง่ายทำให้การอ่านหนังสือไม่ค่อยมี ปัญหาเลยก็ดีไป ส่วนน้องคนไหนเป็นคนที่อ่านหนังสือช้าก็ต้องขยันกว่าคนอื่นๆหน่อยแล้ว อาจจะทำให้อ่านหนังสือไม่ทัน ทำให้ต้องนอนดึกหน่อย ก็อย่าลืมดูแลตัวเองนะค่ะ หานมอุ่นๆหรือของว่างทานสักนิดนึง ใส่ใจในสุขภาพหน่อยนะค่ะ เพราะเดี๋ยวน้องๆอาจป่วยได้ แล้วเป็นงัยน่ะ ไปสอบไม่ได้ แย่เลยน่ะเจ้าค่ะ สำคัญเลย ถ้าอ่านหนังสือไม่ทันแล้วจริงๆ แต่ร่างกายเราไม่ไหวแล้ว อย่าฝืนนะค่ะ ได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น รีบเตรียมตัวเข้านอนกันดีกว่าค่ะ ตื่นเช้ามาจะได้สดชื่น แถมถ้าเราตื่นเร็ว ก็จะมีเวลาอีกนิดในการทบทวนก่อนเข้าห้องสอบนะค่ะน้องๆ

จากพี่ นางฟ้าซาตาน

webboard.yenta4.com

บทบาทของครูกับสื่อการเรียนการสอน

ปัจจุบันรัฐบาลให้ความสำคัญต่อการปฏิรูปการศึกษา และถือว่าการศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญต่อการพัฒนาในทุกภาคส่วนของประเทศ กอร์ปกับความพยายามในการที่จะพัฒนาสังคมให้ก้าวสู่สังคมคุณภาพ สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ ปีพุทธศักราช 2544 จึงได้มีการประกาศใช้หลักสูตรขั้นพื้นฐานตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ วก 116 /2544 ลงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2544

การประกาศใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการของหน่วยงานในกระทรวง ศึกษาธิการเปลี่ยนแปลงไป และแผนการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2545-2559 ซึ่งเป็นแผนยุทธศาสตร์ของการจัดการศึกษาของไทย ตามแนวปฏิรูปการศึกษาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 ผนวกกับนโยบายด้านการจัดการศึกษาของรัฐบาล

แนวทางเพื่อการปฏิบัติต่างๆ ในการจัดการศึกษาของชาติระดับ และการเปลี่ยนแปลงในสังคมอันเป็นผลมาจากพัฒนาการของยุคโลกาภิวัตน์ที่ส่งผล ให้การสืบหาค้นคว้าแสวงหาความรู้ และการเรียนรู้ทางศาสตร์ต่างๆ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และพัฒนาการของการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้พัฒนาได้ทันกับการเปลี่ยนแปลงกับสิ่งใหม่ๆ ของวิทยาการต่างๆ ที่เกิดขึ้น

กอร์ปกับการใช้ความรู้และนวัตกรรมเป็นปัจจัยหลักในการผลิตและพัฒนา การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอารยประเทศ การพัฒนาการเรียนรู้เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการพัฒนาปัจเจกบุคคล และการใช้สื่อการสอนจึงถือเป็นหัวใจของการเรียนการสอน หรือสร้างและใช้สื่อการสอนได้อย่างเหมาะสม เพียงไรกับเนื้อหาที่สอนขึ้นอยู่กับผู้สอนสามารถวางแผนในเรื่องการจัดการ เรียนการสอนได้ระบบดีเพียงใด เช่น การวิเคราะห์และกำหนดขอบข่ายเนื้อหาสาระ การวิเคราะห์คุณสมบัติและความพร้อมของนักเรียน การวิเคราะห์ข้อจำกัดต่างๆ ของสภาพการเรียนการสอน การใช้สื่อการเรียนการสอน และสื่อที่เป็นกระบวนการ หรือวิธีการ

ประเด็นต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดการเรียนการสอนของครู สื่อการสอนก็คือ อุปกรณ์ทางการศึกษาที่นำมาใช้กับการสอนนั่นเอง สื่อการสอนเป็นองค์ประกอบของระบบการสอน พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน พะ.ศ.2542 อธิบายว่า สื่อการสอน หมายถึง วิธีการ เครื่องมือ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้เป็นสื่อในการศึกษา ที่จะทำให้บทเรียนที่ยากและซับซ้อนกลายเป็นเรื่องง่ายต่อความเข้าใจ ก็อาศัยสื่อการสอน เพราะฉะนั้นการใช้สื่อการสอนประกอบจึงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ครูผู้สอนจะต้องรู้จักและพัฒนาสื่อการเรียนการสอน

พระราช บัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ให้ความหมายของสื่อการสอนไว้ว่า สื่อการสอน หมายถึง ระบบกรนำวัสดุ อุปกรณ์ และวิธีการมาเป็นตัวกลางในการศึกษาแก่ผู้เรียน ดังนั้น จำแนกประเภทของสื่อการศึกษา ออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1. ประเภทวัตถุ (Materiate) ได้แก่ สิ่งที่เป็นสิ่งของทั้งหลาย ทั้งรูปภาพ สัญลักษณ์

          2. ประเภทอุปกรณ์ (Eguipment) วีดิทัศน์ โทรทัศน์ วิทยุ คอมพิวเตอร์

 3. ประเภทวิธีการ (Methods) เป็นสื่อประเภทกระบวนการ และการกระทำ เช่น การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบต่างๆ การสาธิต การทดลอง การจัดนิทรรศการ

ขอบคุณ http://guru.thaibizcenter.com

ครูทางเลือก เลือกที่จะแตกต่าง

  “โลกมีความรู้มากมาย แต่เราใช้ความรู้นั้นไม่เป็น” นี่ คือคำกล่าวของ อ.ชาญชัย ลิมปิยากร ผู้อำนวยการอาศรมพลังงาน โรงเรียนตื่นรู้และอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกิด “โรงเรียนทางเลือก” และ “ครูทางเลือก” เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในทศวรรษที่ผ่านมา

แล้วทำไมต้อง “ทางเลือก” ทางเลือกดีกว่ากระแสหลักตรงไหน ในเวทีพูดคุยเรื่อง “เส้นทางครูอาสากับการสร้างครูพันธุ์ใหม่เพื่อการศึกษาทางเลือกฯ” ณ สถาบันอาศรมศิลป์ โรงเรียนรุ่งอรุณ ผู้บุกเบิกการศึกษาแนวทางนี้ต่างเห็นพ้องว่า การศึกษาทางเลือกเป็นธรรมชาติ เป็นการเตรียมพร้อม เป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น แต่ไม่ใช่ทางออกเพื่อการแก้ไขวิกฤตรอบด้านของโลก

“ธรรมชาติของการเรียนรู้ ของมนุษย์มีอยู่แล้ว คุณไม่ต้องไปสอนอะไรเลยก็ได้ แต่ธรรมชาติของการเรียนรู้แบบนี้มันถูกทำลาย ถูกฆ่าตัดตอน เราไปเบรกมัน แล้วความมั่นใจมันหายไป สัญชาตญาณการเรียนรู้ตามธรรมชาติมันเสียหาย แล้วในหัวก็มีขยะมีไวรัสเต็มไปหมด …การศึกษาทางเลือกมันเป็นเรื่องของการทวนกระแส ซึ่งเป็นหน่ออ่อนที่แทงยอดขึ้นมาใหม่ แล้วจะทำให้กระแสหลักเห็นตัวเอง” อ.ชาญ ชัย แสดงความเห็น

เช่นเดียวกับ อ.ประภาภัทร นิยม ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการโรงเรียนรุ่งอรุณ ที่ให้แนวทางความหมายอันเป็นหัวใจสำคัญของการศึกษาทางเลือกที่เกิดขึ้นใน สังคมไทยว่า

“เราเป็นนักอนาคต ศาสตร์ คือมองไปอีก 10 ปีข้างหน้า ลูกหลานจะอยู่อย่างไร คำถามคือเราจะเตรียมอะไรไว้ในอีก 5 ปี 10 ปีข้างหน้า ที่ทุกคนทำคือทดลองหาวิธีการเรียนรู้ที่ดีที่สุดของมนุษย์ที่จะเอาตัวรอดใน โลกนี้ ท้าทายแต่ยากมาก ที่สำคัญคือสิ่งที่อยู่ภายใน ทำอย่างไรคนถึงจะบ่มเพาะและรักษาการเรียนรู้ที่ดีที่สุดของตนเองเอาไว้ได้”

ขณะที่ อ.รัชนี ธงไชย ครูใหญ่โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก สำทับว่า “ครูเป็นหัวใจสำคัญของการศึกษาทุกระบบ” ในฐานะที่คลุกคลีกับเด็กที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสังคมมานาน ความเชื่อของครูเป็นภาวะเสี่ยงต่อการเติบโตที่ถูกต้องของเด็ก เช่น การสอนให้เด็กให้ค่านิยมต่อทุนนิยม และวัฒนธรรมบริโภคนิยมอันเป็นวัฒนธรรมเชิงเดี่ยวของโลก ดังนั้นครูพันธุ์ใหม่ต้องเป็นครูที่มีชีวิตชีวา ต้องเข้าใจตัวตนและสังคมของเด็ก ตัวตนของสังคม และความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม

“กระบวนการศึกษาคือการ เรียนรู้เพื่อการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง และการศึกษาทางเลือกกับการศึกษาในระบบต้องเดินไปด้วยกัน” อ.รัชนี ยืนยัน

ด้วยเหตุนี้ การสร้างครูพันธุ์ใหม่ให้เป็นนักจัดการการเรียนรู้เพื่อการศึกษาทางเลือกจึง ถูกออกแบบขึ้นภายใต้โครงการ “ครูอาสาเพื่อการศึกษาทางเลือก” จากความร่วมมือของ มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม และมูลนิธิซิเมนต์ไทย เพื่อสนับสนุนงานด้านการศึกษาทางเลือก และส่งเสริมให้หนุ่มสาวที่มีความมุ่งมั่นในงานด้านการศึกษาได้เข้าไปปฏิบัติ งานเต็มเวลาใน 18 พื้นที่ทั่วประเทศที่มีการจัดการศึกษาทางเลือกเป็นระยะเวลา 1-2 ปี

ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานโครงการครูอาสาฯ อธิบายเป้าหมายของโครงการว่า “ครูคือผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เกิดการปฏิรูปในสังคมไทย ครูสายพันธุ์ใหม่ต้องจัดการศึกษาที่พัฒนาทั้งกาย ใจ สติปัญญา ต้องมีเรียนรู้ที่จะข้ามผ่านความกลัว ผ่านชุดความคิดเดิม เราจะเปิดหัวใจของการเรียนรู้ได้อย่างไร เพื่อให้ครูกระแสหลักปรับเปลี่ยนหลักคิดปรัชญาการเรียนรู้ใหม่ในกระบวนการ จัดการศึกษา”

เมื่อโครงการผ่านระยะเรียนรู้ของครูอาสาฯ รุ่นแรกในเวลา 1 ปี ครูหนุ่มสาวเหล่านั้นได้ถ่ายทอดประสบการณ์ที่ทำให้พวกเขาเข้าใจตนเองและเข้า ใจคำว่าการเรียนรู้มากขึ้น

อัจฉริยะ ศิริจินดา เด็กหนุ่มศรีสะเกษ จบรัฐศาสตร์ ไม่เคยมีความรู้เรื่องการเกษตร เขาเลือกจะไปเป็นครูอาสาในศูนย์การเรียนรู้โจ้โก้ จ.น่าน ที่นั่นอัจฉริยะได้เรียนรู้เรื่องภูมิปัญญา พันธุ์ข้าว การปลูกข้าว การแปรรูปข้าว เมล็ดพันธุ์พืชผัก จุลินทรีย์ท้องถิ่น การทำปุ๋ย การเลี้ยงสัตว์ต่างๆ

ขอบคุณ http://guru.thaibizcenter.com